บรรจุภัณฑ์อาหาร คือ? และมีประเภทกับหน้าที่อะไรบ้าง

บรรจุภัณฑ์อาหาร-คือ-และมีประเภทกับหน้าที่อะไรบ้าง

ในปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ใน่แต่ละชนิดได้ถูกพัฒนาออกแบบให้ตอบสนองต่อความต้องการได้มากขึ้น ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมามีความสามารถที่หลากหลาย ตั้งแต่สามารถนำมาห่อหุ้มสิ่งของหรือสินค้าชนิดต่างๆได้ง่าย หรือเพื่อทำการปกป้องหรือป้องกันสินค้าเหล่านั้นจากการขนส่ง และยังเป็นการช่วยเก็บรักษาสินค้าจากปัจจัยภายนอกที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งยังสามารถยืดอายุสินค้าเหล่านั้นได้ นอกเหนือจากนั้นบรรจุภัณฑ์ยังมีประโยชน์อื่นๆอีกมาก ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เพราะฉะนั้นการใช้งานจึงอยู่ที่ความต้องการของแต่ละบุคคลนั่นเอง

พูดถึงเรื่องอะไรบ้าง ?

บรรจุภัณฑ์อาหาร คือ

บรรจุภัณฑ์อาหาร คือ บรรจุภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับอาหารโดยเฉพาะ เหตุเพราะอาหารนั้นมีความแตกต่างจากพัสดุชนิดอื่นๆ และยังมีหลากหลายชนิดทำให้ในแต่ละบรรจุภัณฑ์อาหารนั้นยังต้องมีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไปเพื่อให้รองรับอาหารได้ทุกๆชนิดนั่นเอง

นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์อาหารยังถูกนิยมพิมพ์ลวดลายต่าง รวมไปถึงโลโก้ลงลนตัวบรรจุภัณฑ์อาหาร เพื่อช่วยในเรื่องของความสวยงาม โดดเด่น ทำให้กระตุ้นยอดขาย และเพิ่มมูลค่าสินค้าได้เป็นอย่างดี

บรรจุภัณฑ์อาหารสำคัญอย่างไร ?

บรรจุภัณฑ์อาหาร มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจจำพวกร้านค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงคาเฟ่ และร้านกาแฟ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้นั้นต่างก็มีอาหารชนิดต่างๆให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ทำให้จำเป็นที่จะต้องมีบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อทำหน้าที่ในการใส่สินค้า หรืออาหารนั่นเอง

นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับอาหารโดยเฉพาะ ทำให้ตัวบรรจุภัณฑ์จะมีหลายรูปแบบ และขนาดแตกต่างกันออกไปในแต่ละการใช้งาน ซึ่งในบางประเภทของบรรจุภัณฑ์อาหารก็ยังสามารถรักษาอุณหภูมิของอาหารที่อยู่ภายในได้ ช่วยให้อาหารนั้นไม่เสียรสชาติ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจและกลับมาซื้ออาหารของคุณใหม่นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วบรรจุภัณฑ์อาหารนอกจากนำไปใช้สำหรับใส่อาหารในแต่ละชนิด ยังถูกนำไปใช้เป็นการโฆษณาได้อีก จากการที่นำโลโก้ร้านค้า หรือธุรกิจของคุณพิมพ์ลงไปบนตัวบรรจุภัณฑ์ หรือหากอยากให้บรรจุภัณฑ์อาหารของคุณโดดเด่น แตกต่างกว่าใครก็ยังสามารถพิมพ์ลวดลายต่างๆ รวมไปถึงวิธีการรับประทานลงไปบนข้างกล่องได้อีกด้วย

ประโยชน์จากการใช้บรรจุภัณฑ์อาหาร

บรรจุภัณฑ์อาหาร หลายๆคนอาจจะเข้าใจว่านำมาใส่แค่อาหารไว้รับประทาน แต่ความจริงแล้วยังมีประโยชน์อื่นๆอีก โดยสามารถแบ่งประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์อาหารออกได้ 3 ข้อ ดังนี้

1.บรรจุภัณฑ์อาหารช่วยให้ทารอาหารได้สะดวก

บรรจุภัณฑ์อาหาร ในอดีตอาจจะมีอยู่ไม่กี่ชนิด ทำให้ถูกนำไปใช้เพื่อการขนส่งหรือใส่อาหารแล้วจึงนำมาเทใส่จาน หรือถ้วยในภายหลังเพื่อรับประทานแทน แต่ในตอนนี้บรรจุภัณฑ์อาหารถูกออกแบบให้รองรับการรับประทานได้ในแทบจะทุกอิริยาบท ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งอยู่ก็ตาม

2.บรรจุภัณฑ์อาหารข่วยในเรื่องของการขนส่ง

การขนส่งอาหารนั้นเป็นเรื่องยากมากในอดีตเนื่องจากอาหารในแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างในการจัดเก็บ แต่ในปัจจุบันตัวบรรจุภัณฑ์อาหารมีความแข็งแรงมากพอต่อการกระแทก หรือกดทับ ทำให้อาหารที่อยู่ภายในเวลาขนส่งนั้นยังอยู่ในสภาพดี ไม่เกิดการหกเลอะเทอะนั่นเอง

3.บรรจุภัณฑ์อาหารจะช่วยเก็บรักษาอาหารได้นานขึ้น

บรรจุภัณฑ์อาหาร นอกจากจะใช้เพื่อใส่อาหารแล้วนั้นในบางตัวบรรจุภัณฑ์ยังมีความสามารถในการรักษาอุณหภูมิได้ดีทำให้อาหารที่อยู่ภายในยังมีความสดใหม่อยู่แม้จะต้องผ่านการเดินทาง หรือขนส่ง นอกจากนี้ในบางตัวบรรจุภัณฑ์อาหารก็ถูกออกแบบให้ถนอมอาหารเพื่อที่จะทำให้อาหารภายในตัวบรรจุภัณฑ์ไม่เกิดการเน่าเสียได้ง่ายอีกด้วย

วิธีเลือก บรรจุภัณฑ์อาหาร เบื้องต้น

บรรจุภัณฑ์อาหาร นอกจากจำเป็นต้องเลือกใช้งานให้ต้องกับชนิดของอาหารนั้นๆแล้ว ยังจำเป็นต้องเลือกจาก 5 เหตุผลหลักๆดังต่อไปนี้ด้วย

1.สุขอนามัย

วิธีเลือกบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างแรกควรมองไปที่ด้านสุขอนามัยก่อน โดยโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารนั้นต้องได้รับรองมาตรฐานทางด้านนี้ ทั้งในช่วงของกระบวนการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่งต้องมีขั้นตอนการจัดทำให้ถูกต้องตามหลักการจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่าจะส่งต่อตัวบรรจุภัณฑ์อาหารเหล่านี้ไปให้ผู้บริโภคได้โดยไม่มีสิ่งเจือปน

2.รับรองมาตรฐาน GMP/HACCP CODEX

สถานที่ผลิต รวมไปถึงตัวบรรจุภัณฑ์อาหารต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจาก GMP (General GMP) และ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบขั้นพื้นฐานของโรงงานรวมถึงตัวบรรจุภัณฑ์อาหาร ว่าจะมีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภคจริงๆ

3.ความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์

ตัวบรรจุภัณฑ์อาหารต้องมีความแข็งแรงมากพอที่จะรองรับการกระแทก เจาะทะลุ หรือการจัดวางซ้อนกันได้ระดับหนึง เพื่อที่อาหารภายในตัวบรรจุภัณฑ์อาหารนั้นจะไม่เกิดความเสียหาย ทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจต่ออาหารที่ได้รับนั่นเอง

4.รูปทรงของบรรจุภัณฑ์อาหาร

บรรจุภัณฑ์อาหารมีหลากหลายรูปทรง หลากหลายชนิด เพราะฉะนั้นต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับอาหารที่คุณต้องการจะใส่ลงไป เพื่อที่จะช่วยในการดูแลรักษา ปกป้อง หรือถนอมอาหารของคุณให้อยู่ในรูปลักษณ์ และรสชาติที่คุณต้องการมากที่สุด

นอกเหนือจากนี้ส่วนของรูปทรงของบรรจุภัณฑ์อาหารยังเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดผู้คนต่างๆที่พบเห็น ซึ่งหากออกแบบหรือเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม แตกต่าง หรือโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ก็ย่อมช่วยในเรื่องของการตลาดให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

5.ต้องไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันกระแสรักษ์โลกเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก เนื่องจากปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้นมานั้นรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ทำให้ผู้บริโภคต่างหันมาให้ความสนและเลือกใช้งานในบรรจุภัณฑ์อาหารจำพวกรักษ์โลก ที่ต้องมีความสามารถในการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือต้องนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้ 100% ซึ่งหากคุณเลือกใช้งานบรรจุภัณฑ์อาหารเหล่านี้นั้นนอกจะช่วยลดปัญหามลพิษทางขยะได้แล้ว ยังจะเป็นตัวช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

หน้าที่พื้นฐานในการใช้งานของ บรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์จะมีหน้าที่ในการใช้งานแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นบรรจุภัณฑ์จึงถูกผลิตขึ้นมาด้วยวัสดุ และขั้นตอนที่หลากหลาย เพื่อให้ตัวบรรจุภัณฑ์มีคุณภาพ และรองรับการใช้งานได้อย่างครอบคลุม ตรงจุดประสงค์ โดยพื้นฐานแล้วตัวบรรจุภัณฑ์จะถูกแบ่งออกได้ 3 หน้าที่ด้วยกัน ดังนี้

1. บรรจุภัณฑ์ปกป้อง รักษาสินค้าหรือสิ่งของ

บรรจุภัณฑ์ที่ดีจะต้องสามารถรักษาคุณภาพสิ่งของหรือสินค้าที่อยู่ด้านในจากปัจจัย หรือผลกระทบสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นได้ เช่น รักษาสินค้าจากการขนส่ง รักษาสินค้าจากสภาพอากาศ หรือรักษาสินค้าจากสิ่งแปลกปลอม หรือปนเปื่อนที่อาจเกิดจาก แมลง ฝุ่นละออง และอื่นๆ

2. ช่วยให้สะดวกต่อการขนส่ง

บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมจะทำให้สะดวกต่อการขนส่งในด้านต่างๆ เนื่องจากสินค้าหรือสิ่งของแต่ละชนิดจำเป็นต้องมีการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน รวมทั้งการขนส่งในแต่ละรูปแบบก็มีขั้นตอนที่แตกต่างกัน ทำให้บรรจุภัณฑ์นั้นต้องออกแบบมาให้รองรับสินค้าเหล่านั้นอย่างเหมาะสม เช่น สินค้าจำพวกแก้วหรือสิ่งของที่แตกหักง่ายก็จำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่รับแรงกระแทกได้ดีกว่าบรรจุภัณฑ์ทั่วไป หรือสินค้าจำพวกของเหลวจำพวกน้ำดื่ม, ชา, กาแฟ ก็จำเป็นต้องมีบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี

3. กระตุ้นยอดขายหรือใช้เพื่อทำการตลาด

หน้าที่สำหรับบรรจุภัณฑ์สุดท้ายนั้นคือการทำเพื่อกระตุ้นยอดขาย หรือเพื่อทำการตลาด เหตุเพราะบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริโภคหรือลูกค้าจะเห็นสินค้าของคุณ ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างสวยงาม โดดเด่นย่อมดึงดูดผู้คนได้มากกว่า หรือหากตัวบรรจุภัณฑ์มีการเขียนบอกเล่าถึงสรรพคุณสินค้าเอาไว้เป็นอย่างดี ก็ย่อมทำให้ผู้คนเข้าใจสินค้าของคุณได้ง่ายกว่าสินค้าอื่นๆของคู่แข่งที่ไม่ได้มีการเขียนไว้นั่นเอง

บรรจุภัณฑ์ มีกี่ประเภท

บรรจุภัณฑ์ ในแต่ละประเภทจะถูกแบ่งออกโดยดูจากสิ่งที่นำมาใช้ผลิต ซึ่งในแต่ละประเภทก็จะมีความสามารถในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป โดยบรรจุภัณฑ์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

1. บรรจุภัณฑ์กระดาษ

บรรจุภัณฑ์กระดาษ

บรรจุภัณฑ์กระดาษ ถูกผลิตขึ้นมาจากเยื่อกระดาษชนิดต่างๆ โดยตัวบรรจุภัณฑ์จะมีคณสมบัติแตกต่างกันขึ้นอยู่ที่คุณภาพของกระดาษที่นาใช้ ทั้งยังเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่ถูกแบบมาให้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติได้ หรือสามารถนำไปรีไซเคิลก็ได้ ทำให้บรรจุภัณฑ์กระดาษนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติก หรือ บรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆที่ย่อยสลายไม่ได้หรือย่อยสลายได้ยาก เนื่องจากปัญหาของการเกิดโลกร้อนในตอนนี้นั้นนับว่ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และหนึ่งในเหตุผลที่เกิดนั้นมาจากผลพิษทางขยะที่เกิดขึ้นจากพลาสติกนั่นเอง

ข้อดีของ บรรจุภัณฑ์กระดาษ

  • บรรจุภัณฑ์กระดาษ นับเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดผลพิษแก่โลก
  • ตัวบรรจุภัณฑ์มีความปลอดภัยไร้สารพิษเจือปน
  • สามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้งานใหม่ได้
  • ตัวบรรจุภัณฑ์สามารถใช้ในด้านโฆษณา และกระตุ้นยอดขาย
  • สามารถออกแบบ และเหมาะสำหรับงานพิมพ์ชนิดต่างๆได้ดี

2. บรรจุภัณฑ์พลาสติก

บรรจุภัณฑ์พลาสติก

บรรจุภัณฑ์พลาสติก เป็นประเภทที่ทุกคนต่างเคยพบเห็นและใช้งานมาแล้ว โดยตัวบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้นส่วนมากจะทำมาจากพลาสติกที่แบ่งออกได้เป็น 7 ด้วยกัน ได้แก่

  1. พลาสติกโพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท
  2. พลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง
  3. พลาสติกโพลีไวนิลคลอไรด์
  4. พลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นต่ำ
  5. พลาสติกโพลีโพรพิลีน
  6. พลาสติกโพลีสไตรีน

ข้อดีของ บรรจุภัณฑ์พลาสติก

  • บรรจุภัณฑ์พลาสติกมีราคาที่ค่อนข้างถูก ช่วยลดต้นทุนได้
  • ตัวพลาสติกมีความเหนียว น้ำหนักเบา
  • พลาสติกจะไม่นำความร้อนและกระแสไฟฟ้า
  • บรรจุภัณฑ์พลาสติกสามารถป้องกันการรั่วซึมของอากาศ และน้ำได้ดี
  • บรรจุภัณฑ์พลาสติกยังมีความสามารถทนทานต่อความชื้นและสภาพอากาศได้ ทั้งยังไม่เป็นสนิม
  • สามารถพิมพ์ลวดลายต่างๆลงบนบรรจุภัณฑ์ได้เช่นกัน

3. บรรจุภัณฑ์แก้ว

บรรจุภัณฑ์แก้ว

บรรจุภัณฑ์แก้ว ถูกผลิตขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการความร้อน เพื่อขึ้นรูปทรงต่างๆตามต้องการ โดยตัวแก้วจะมีความใสและยังสามารถนำไปทำเป็นสีต่างๆที่ต้องการได้ง่าย จึงถือได้ว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่จะเน้นความสวยงาม และความหรูหราเป็นหลัก แต่เนื่องจากความที่เป็นแก้วแตกหักได้ง่าย จึงไม่สามารถนำไปใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งได้

ข้อดีของ บรรจุภัณฑ์แก้ว

  • มีความเป็นกลางและไม่ทำปฏิกิริยาใดๆกับสิ่งของที่อยู่ด้านใน ทำให้มีความปลอดภัยสูง
  • สามารถนำกลับมาสร้างใหม่ขึ้นเป็นรูปแบบต่างๆได้ โดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพ
  • มีความสามารถทนทานต่อความร้อนและความเย็นได้ดี
  • กระบวนการผลิตแก้ว สามารถใช้เศษชิ้นส่วนแก้วมาหลอมเข้าทำใหม่ได้ ช่วยลดต้นทุนและทรัพยากรในการผลิต

4. บรรจุภัณฑ์โลหะ

บรรจุภัณฑ์โลหะ

บรรจุภัณฑ์โลหะ เป็นประเภทที่ความแข็งแรงมากที่สุดแล้วยังมีความคงทนต่อปัจจัยอื่นๆเช่น สภาพอากาศ แมลง และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ทำให้มีอายุการใช้สูงและยาวนาน จะพบเห็นได้บ่อยครั้งในสินค้าจำพวก เครื่องดื่มกระป๋องและอาหารสำเร็จรูปเป็นต้น

ข้อดีของ บรรจุภัณฑ์โลหะ

  • บรรจุภัณฑ์ มีความแข็งแรงและทนทานที่สูงมาก
  • ตัวบรรจุภัณฑ์ความทนทานต่อความร้อนระดับที่สาสามารถฆ่าเชื้อด้วยกระบวนการความร้อนได้
  • บรรจุภัณฑ์โลหะ สามารถนำไปหลอมรวม หรือแปรรูปขึ้นมาใช้ใหม่ได้
  • ส่วนของบรรจุภัณฑ์ สามารถป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำ และก๊าซต่างๆได้
  • หากต้องการยังมีวิธีการเคลือบผิวส่วนนอกเพื่อป้องกันการสึกกร่อนของโลหะได้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า