บรรจุภัณฑ์อาหารสำคัญอย่างไร มีอะไรบ้าง?

บรรจุภัณฑ์อาหารสำคัญอย่างไร-มีอะไรบ้าง

บรรจุภัณฑ์อาหารอาหาร เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทุกคนต่างรู้จักกันดี และเคยใช้งานกันแล้วทั้งนั้น นั่นหมายความว่าตัวบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้มีความสำคัญต่อทุกผู้คน ซึ่งยิ่งในปัจจุบันโลกเรามีการผลิตอาหารจำนวนมาก และหลากหลายชนิด ประเภท ทำให้ตัวบรรจุภัณฑ์อาหารจึงต้องถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย

บรรจุภัณฑ์อาหารสำคัญอย่างไร ?

บรรจุภัณฑ์อาหาร มีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจจำพวกร้านค้า ร้านอาหาร ไปจนถึงคาเฟ่ และร้านกาแฟ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้นั้นต่างก็มีอาหารชนิดต่างๆให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ ทำให้จำเป็นที่จะต้องมีบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อทำหน้าที่ในการใส่สินค้า หรืออาหารนั่นเอง

นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับอาหารโดยเฉพาะ ทำให้ตัวบรรจุภัณฑ์จะมีหลายรูปแบบ และขนาดแตกต่างกันออกไปในแต่ละการใช้งาน ซึ่งในบางประเภทของบรรจุภัณฑ์อาหารก็ยังสามารถรักษาอุณหภูมิของอาหารที่อยู่ภายในได้ ช่วยให้อาหารนั้นไม่เสียรสชาติ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจและกลับมาซื้ออาหารของคุณใหม่นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วบรรจุภัณฑ์อาหารนอกจากนำไปใช้สำหรับใส่อาหารในแต่ละชนิด ยังถูกนำไปใช้เป็นการโฆษณาได้อีก จากการที่นำโลโก้ร้านค้า หรือธุรกิจของคุณพิมพ์ลงไปบนตัวบรรจุภัณฑ์ หรือหากอยากให้บรรจุภัณฑ์อาหารของคุณโดดเด่น แตกต่างกว่าใครก็ยังสามารถพิมพ์ลวดลายต่างๆ รวมไปถึงวิธีการรับประทานลงไปบนข้างกล่องได้อีกด้วย

ประโยชน์จากการใช้บรรจุภัณฑ์อาหาร

บรรจุภัณฑ์อาหาร หลายๆคนอาจจะเข้าใจว่านำมาใส่แค่อาหารไว้รับประทาน แต่ความจริงแล้วยังมีประโยชน์อื่นๆอีก โดยสามารถแบ่งประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์อาหารออกได้ 3 ข้อ ดังนี้

1.บรรจุภัณฑ์อาหารช่วยให้ทารอาหารได้สะดวก

บรรจุภัณฑ์อาหาร ในอดีตอาจจะมีอยู่ไม่กี่ชนิด ทำให้ถูกนำไปใช้เพื่อการขนส่งหรือใส่อาหารแล้วจึงนำมาเทใส่จาน หรือถ้วยในภายหลังเพื่อรับประทานแทน แต่ในตอนนี้บรรจุภัณฑ์อาหารถูกออกแบบให้รองรับการรับประทานได้ในแทบจะทุกอิริยาบท ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งอยู่ก็ตาม

2.บรรจุภัณฑ์อาหารข่วยในเรื่องของการขนส่ง

การขนส่งอาหารนั้นเป็นเรื่องยากมากในอดีตเนื่องจากอาหารในแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างในการจัดเก็บ แต่ในปัจจุบันตัวบรรจุภัณฑ์อาหารมีความแข็งแรงมากพอต่อการกระแทก หรือกดทับ ทำให้อาหารที่อยู่ภายในเวลาขนส่งนั้นยังอยู่ในสภาพดี ไม่เกิดการหกเลอะเทอะนั่นเอง

3.บรรจุภัณฑ์อาหารจะช่วยเก็บรักษาอาหารได้นานขึ้น

บรรจุภัณฑ์อาหาร นอกจากจะใช้เพื่อใส่อาหารแล้วนั้นในบางตัวบรรจุภัณฑ์ยังมีความสามารถในการรักษาอุณหภูมิได้ดีทำให้อาหารที่อยู่ภายในยังมีความสดใหม่อยู่แม้จะต้องผ่านการเดินทาง หรือขนส่ง นอกจากนี้ในบางตัวบรรจุภัณฑ์อาหารก็ถูกออกแบบให้ถนอมอาหารเพื่อที่จะทำให้อาหารภายในตัวบรรจุภัณฑ์ไม่เกิดการเน่าเสียได้ง่ายอีกด้วย

บรรจุภัณฑ์อาหาร มีอะไรบ้าง

โดยทั่วไปแล้วบรรจุภัณฑ์อาหารจะถูกแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดด้วยกัน ดังต่อไปนี้

1.บรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษ

บรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษ-3

บรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษ นับเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกชนิดหนึ่ง ที่ถูกออกแบบ และผลิตมาเพื่อใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์อาหารจำพวกเดิม เหตุเพราะบรรจุภัณฑ์เก่าๆเหล่านั้นไม่มีความสามารถในการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ รวมไปถึงยังถูกนำไปรีไซเคิลได้ยาก ทำให้เกิดเป็นขยะที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการเกิดภาวะโลกร้อนนั่นเอง

โดยบรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษ นอกจากจะมีความสามารถย่อยสลายได้เองแล้วนั้นตัวบรรจุภัณฑ์ก็ยังความแข็งแรง ทนทานในระดับหนึงช่วยให้รักษาอาหารภายในได้ นอกเหนือจากนี้ยังมีรูปแบบให้เลือกให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งยังสามารถพิมพ์ลวดลายต่างๆ หรือโลโก้ลงไปบนบรรจุภัณฑ์เพื่อทำการตลาดได้อีกด้วย

2.บรรจุภัณฑ์อาหารจากโฟม

บรรจุภัณฑ์อาหารจากโฟม พบเห็นได้บ่อยครั้งกับร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านอาหารทั่วๆไป เหตุเพราะมีราคาต้นทุนที่ต่ำมาก รวมไปถึงสามารถใช้งานได้สะดวก และหาซื้อได้ง่าย ทำให้ร้านอาหารรายย่อยหลายๆร้านยังคงเลือกใช้งานบรรจุภัณฑ์อาหารชนิดนี้กันอยู่

ถึงแม้ว่าบรรจุภัณฑ์อาหารจากโฟมนั้นจะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อเสียที่ใหญ่มากอยู่เหมื่อนกัน อย่างแรกคือบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้เมื่อนำมาใช้กับอาหารร้อน หรืออาหารจำพวกทอดอาจทำให้เกิดปฏิกิริยากับโฟม ส่งผลให้มีสารที่อันตรายต่อร่างกายปนเปื้อนมากับอาหาร โดยสารเหล่านี้จะมีตั้งแต่ สารสไตรีน (styrene) ซึ่งหากร่างกายได้รับสารตัวนี้เข้าอาจจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หายใจลำบากได้ และยังมีสารเบนซิน (benzene) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ถูกจัดกลุ่มใน 2B ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม มีความอันตรายต่อผู้ที่สูดดมและรับประทานลงไปอย่างมาก

นอกเหนือจากนี้ตัวบรรจุภัณฑ์อาหารจากโฟมยังนับเป็นบรรจุภัณฑ์แบบเก่าที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และยังต้องใช้เวลาสูงกว่า 400 ถึงจะสามารถย่อยสลายได้ ทำให้บรรจุภัณฑ์อาหารชนิดนี้เริ่มไม่เป็นที่นิยมและไม่ถูกนำมาใช้งานกับร้านอาหารเหมื่อนสมัยก่อนแล้ว

3.บรรจุภัณฑ์อาหารจากพลาสติก

บรรจุภัณฑ์อาหารจากพลาสติก-3

บรรจุภัณฑ์อาหารจากพลาสติก มักพบเห็นได้บ่อยครั้งที่สุดแล้ว เนื่องจากตัวบรรจุภัณฑ์มีคุณสมบัติที่สามารถรองรับอาหารได้หลากหลายประเภททั้งชนิดร้อนและเย็น บวกกับคุณสมบัติป้องกันการรั่วซึมได้ดี รวมทั้งมีรูปแบบให้เลือกที่หลากหลายเช่นเดียวกับชนิดกระดาษ รวมไปถึงมีราคาที่ถูกหาซื้อได้ง่ายนั่นเอง

แต่เนื่องจากตัวบรรจุภัณฑ์อาหารชนิดนี้ทำมาจากพลาสติก ทำให้ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ในปัจจุบันผู้คนก็ต่างลดการใช้งานลง รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือธุรกิจอาหารต่างๆก็เริ่มที่จะลดการใช้งานบรรจุภัณฑ์อาหารชนิดนี้ลงแล้ว

4.บรรจุภัณฑ์อาหารจากแก้ว

บรรจุภัณฑ์อาหารจากแก้ว-3

บรรจุภัณฑ์อาหารจากแก้ว จะมีความสามารถป้องกันความชื้นและอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังมีรูปลักษณ์ที่ดูสวยงาม แตกต่างจากบรรจุภัณฑ์อาหารชนิดอื่นๆ ทำให้บ่อยครั้งก็ถูกหยิบมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาหาร หรือเพื่อถนอมอาหารชนิดนั้นๆก็ได้ ซึ่งส่วนมากบรรจุภัณฑ์อาหารจากแก้วจะถูกใช้สำหรับของเหลสจำพวก น้ำดื่ม เกลือแร่ หรือน้ำผึ้งเป็นต้น

แต่ว่าบรรจุภัณฑ์อาหารจากแก้วนั้นมีข้อเสียตรงที่ราคาสูง และมีโอกาสแตกหักได้ง่าย จึงทำให้เวลาขนส่งต้องนำไปใส่กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆอีกหนึง ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นมาอีกด้วย

5.บรรจุภัณฑ์อาหารโลหะ

บรรจุภัณฑ์อาหารโลหะ-3

บรรจุภัณฑ์อาหารแบบโลหะ เป็นชนิดสุดท้ายที่มีความแข็งแรงมากที่สุด เพราะทำมาจากโลหะนั่นเอง โดยส่วนมากจะพบได้จากสินค้าจำพวกอาหารกระป๋อง หรือเครื่องดื่มกระป๋อง เหตุเพราะบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้นั้นสามารถเก็บรักษา หรือถนอมอาหารได้เป็นเวลานานนั่นเอง

วิธีเลือก บรรจุภัณฑ์อาหาร เบื้องต้น

บรรจุภัณฑ์อาหาร นอกจากจำเป็นต้องเลือกใช้งานให้ต้องกับชนิดของอาหารนั้นๆแล้ว ยังจำเป็นต้องเลือกจาก 5 เหตุผลหลักๆดังต่อไปนี้ด้วย

1.สุขอนามัย

วิธีเลือกบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างแรกควรมองไปที่ด้านสุขอนามัยก่อน โดยโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารนั้นต้องได้รับรองมาตรฐานทางด้านนี้ ทั้งในช่วงของกระบวนการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่งต้องมีขั้นตอนการจัดทำให้ถูกต้องตามหลักการจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อให้มั่นใจว่าจะส่งต่อตัวบรรจุภัณฑ์อาหารเหล่านี้ไปให้ผู้บริโภคได้โดยไม่มีสิ่งเจือปน

2.รับรองมาตรฐาน GMP/HACCP CODEX

สถานที่ผลิต รวมไปถึงตัวบรรจุภัณฑ์อาหารต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจาก GMP (General GMP) และ HACCP (Hazard Analysis Critical Control Point) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบขั้นพื้นฐานของโรงงานรวมถึงตัวบรรจุภัณฑ์อาหาร ว่าจะมีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภคจริงๆ

3.ความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์

ตัวบรรจุภัณฑ์อาหารต้องมีความแข็งแรงมากพอที่จะรองรับการกระแทก เจาะทะลุ หรือการจัดวางซ้อนกันได้ระดับหนึง เพื่อที่อาหารภายในตัวบรรจุภัณฑ์อาหารนั้นจะไม่เกิดความเสียหาย ทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจต่ออาหารที่ได้รับนั่นเอง

4.รูปทรงของบรรจุภัณฑ์อาหาร

บรรจุภัณฑ์อาหารมีหลากหลายรูปทรง หลากหลายชนิด เพราะฉะนั้นต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับอาหารที่คุณต้องการจะใส่ลงไป เพื่อที่จะช่วยในการดูแลรักษา ปกป้อง หรือถนอมอาหารของคุณให้อยู่ในรูปลักษณ์ และรสชาติที่คุณต้องการมากที่สุด

นอกเหนือจากนี้ส่วนของรูปทรงของบรรจุภัณฑ์อาหารยังเป็นสิ่งสำคัญในการดึงดูดผู้คนต่างๆที่พบเห็น ซึ่งหากออกแบบหรือเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความสวยงาม แตกต่าง หรือโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ก็ย่อมช่วยในเรื่องของการตลาดให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

5.ต้องไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันกระแสรักษ์โลกเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก เนื่องจากปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้นมานั้นรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ทำให้ผู้บริโภคต่างหันมาให้ความสนและเลือกใช้งานในบรรจุภัณฑ์อาหารจำพวกรักษ์โลก ที่ต้องมีความสามารถในการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือต้องนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้ 100% ซึ่งหากคุณเลือกใช้งานบรรจุภัณฑ์อาหารเหล่านี้นั้นนอกจะช่วยลดปัญหามลพิษทางขยะได้แล้ว ยังจะเป็นตัวช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า